2007/Aug/08

[ทดสอบ]แ บ บ ท ด ส อ บ ว่า จะ ได้ แฟน อายุเท่าราย

1.เธออยากเปรี๊ยวด้วยวิธีไหน?
ก. คอนแท็กเลนส์สีต่างๆ ไปข้อ 3
ข. แว่นกันแดดขนาดใหญ่ ไปข้อ 5

2.เครื่องประดับที่เธอมีอยู่ ประมาณกี่ชิ้น?
ก. มากกว่า 5 ชิ้น ไปข้อ6
ข. 2-3 ชิ้น ไปข้อ11

3.เธอคิดอย่างไรกับผู้หญิงที่เพ้นท์เล็บ?
ก. เท่ดี ไปข้อ 9
ข. ไม่เห็นสวยเลย ไปข้อ 7

4.ของที่เธออยากได้จากเค้า มากที่สุด?
ก. ต่างหู ไปข้อ 2
ข. แหวน ไปข้อ 8

5.เธอจะเน้นแต่งสวยตรงไหนมากกว่ากัน?
ก. ดวงตา-การใช้อายชาโดว์ ไปข้อ 7
ข. ริมฝีปาก-สีของลิปสติก ไปข้อ 4

6.เธออยากลองทำอะไร เป็นอย่างแรก?
ก. เจาะหู ไปข้อ 10
ข. สวมสร้อยข้อเท้า ไปข้อ 11

7.เข็มกลัดติดเสื้อของเธอ..
ก. ใช้บ่อยๆ ไปข้อ 2
ข. แทบไม่เคยใช้เลย ไปข้อ 9

8.ถ้าเธอสวมสร้อยข้อมือหรือกำไล เธอจะสวมใส่ลักษณะใด?
ก. ใส่ทีละหลายๆเส้น ไปข้อ 12
ข. เลือกแบบเรีบย และใส่แค่เส้นเดียว ไปข้อ 13

9.ถ้าเธอทาทั้งเล็บมือและเท้า เธอจะเลือกสีอย่างไร?
ก. เลือกสีเดียวกัน ไปข้อ 2
ข. อยากทาคนละสี ไปข้อ 6

10.เธอชอบต่างหูแบบไหน?
ก. แบบติดหู ไปข้อ 11
ข. แบบตุ้งติ้ง ไปแบบ A

11.ถ้าให้เธอเลือกสวมแหวนเพียงวงเดียวนิ้วกลางมือขวา เธอจะเลือกสวม..?
ก. แหวนหัวลายดอกไม้ แบบแฟชั่น ไปแบบ A
ข. แหวนทองแบบเรียบๆ ไปแบบ C

12.ถ้าให้เธอใช้ผ้าพันคอแต่งเป็นจุดเด่นของเธอ เธอจะ..?
ก. เลือกผืนใหญ่ๆ และคลุมไหล่ไว้ ไปแบบ B
ข. เลือกผืนเล็ก แล้วผูกไว้ที่ปกเสื้อ ไปแบบ D

13.เธอชอบแบบไหน ระหว่าง..?
ก. สร้อยคอเส้นโตๆ แบบเปรี๊ยว ไปข้อ 12
ข. สร้อยคอห้อยจี้เส้นเล็กๆ น่ารัก ไปแบบ D

เฉลย..
แบบ A เค้าอายุมากกว่าเธอมาก

คนขี้อ้อน ต้องการการดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลาอย่างเธอ
เหมาะที่จะเลือกผู้ชายที่มีวุฒิภาวะและอายุมากกว่าเธอมากๆ
อย่างน้อย 5 ปี ซึ่งจะทำให้เธออุ่นใจได้ โดยที่หนุ่มวัยเดียวกับเธอ
คงยากที่ให้ได้
ช่องว่างระหว่างวัยที่ห่างกันมากอย่างนี้ ไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย
ถ้าหากเธอนิยามว่า ความรักคือศรัทธา
และเค้าก็เป็นผู้ใหญ่ที่ตามใจเด็กงอแงอย่างเธอ
เธอจะติดใจจนไม่อยากมีแฟนเด็กอิกเลยล่ะ

แบบ B เขาอายุมากกว่าเธอ 3-5 ปี
อย่างเธอนี่ ถ้าเป็นผู้ชายอายุเท่ากันๆ เธอจะรู้สึกว่า เค้าเด็กจัง
แต่ถ้าอายุห่างกันมากไปก็จะเกิดช่องว่างระหว่างวัยอีก
ซึ่งถ้าเค้าโตกว่าเธอซัก 3-4 ปี คงกำลังดี
เธอกับเค้าจึงสามารถเป็นได้ทั้งแฟนและพี่น้องที่เข้าใจกันได้
ไม่ใช้น้าหลานที่คุยกันไม่รู้เรื่องเพราะอายุห่างกันเกินไป

แบบ C เขาอายุไล่เลี่ยกัน
เธอชอบที่จะคบกับเพศตรงข้ามแบบเพื่อนมากกว่า
จะได้คุยกันได้ในทุกๆเรื่อง ความคิด อ่าน คล้ายคลึงกัน
คบกันแบบไม่ต้องมีพิธีรีตรองมาก
เธอจึงควรเลือกหนุ่มที่
อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน เพราะเธอต้องการแฟนที่ให้ความเป็นเพื่อนสูง
ต้องการการพูดคุยและสิทธิที่เสมอภาคกัน
แฟนที่อายุเท่าๆกัน จึงเป็นคำตอบสุดท้ายของเธอ

แบบ D เขาเด็กกว่า
เธอเป็นผู้หญิงที่มีสัณชาตญาณ
ความเป็นแม่สูง
ชอบดูแลเป็นธุระให้ใครๆ แม้แต่แฟน
เธอจะมีความสุขมากเมื่อได้คอยเอาใจใส่และทำอะไรๆให้กับแฟน
ซึ่งจะให้เหมาะ ก็ควรเลือกแฟนที่เป็นเหมือนน้องชายไปด้วย
ซึ่งก็ต้องอายุน้อยกว่าเธอนั่นเอง ก็ต้องยอมรับว่าเธอ
เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากๆ
ที่สามารถทำให้รุ่นน้องมาหลงใหลได้ปลื้มจนใครๆต้องอิจฉาเธอ
เปรียบได้กับคู่รักฮอลลีวูดอย่าง เดมี่ มัวร์ กับ แอชตัน คุชเช่อร์ รักต่างวัย
10ปี ที่ดูดดื่มจนสาวๆอิจฉา ตาลุกเป็นไฟ เพราะสาวแก่ งาบไก่อ่อนสุดหล่อไปทานสบาย

**ตรงไม่ตรงก้อบอกกันด้วยน๊า**

2007/Aug/07

ทุกๆอย่างในโลก มีแง่มุมมากมายให้ค้นหา
ของสิ่งเดียวกันสามารถให้ทั้งประโยชน์และโทษ
ขึ้นอยู่กับว่า ใครเป็นผู้ใช้...และใช้อย่างไร
หลายครั้งที่เราพบว่า
ขณะที่เรากำลัง ส ร้า ง อะไรสักอย่างอยู่นั้น
กลับเป็นการ ทำ ลา ย อะไรอีกหลายอย่าง

"
ไม่มีอะไรได้มาเปล่าๆ โดยไม่ต้องเอาอะไรไปแลก
บางครั้งก็คุ้มค่า...กับการยอมเสียอะไรสักอย่าง
เพื่อจะได้อะไรอีกอย่างกลับมา
แต่ก็มีหลายครั้ง...ที่ลืมนึกไปว่า
ของที่ได้กลับมาไม่คุ้มค่าเท่ากับของที่เสียไป
"


ขณะที่เราเดินเที่ยวอยู่ในศูนย์การค้า
เราก็จะเสียเวลาที่จะได้อ่านหนังสือเล่มโปรดที่อ่านค้างไว้
เด็กวัยรุ่นที่นั่งพับนก จะต้องฉีกกระดาษนับร้อยชิ้น
ศิลปินที่โด่งดังบนเวที...กำลังทิ้งคนที่รักไว้ที่บ้าน
ไม่มีใครบอกได้ว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับวันพรุ่งนี้
เป็นคำถามที่ไม่ต้องตอบก็ได้...แค่เอาไว้นึกดูเล่นๆ

ถ้ารู้ว่าวันหนึ่งหนังสือเล่มโปรดเล่มนั้นจะหายไป
เราจะไปศูนย์การค้าอยู่ไหม
ถ้าต้องเขียนจดหมายสำคัยให้กับใครสักคน
เราจะฉีกระดาษเพื่อพับนกหรือเปล่า
ถ้าคืนหนึ่งกลับมาบ้านแล้วพบว่า
คนที่เรารัก...ไม่ได้อยู่เพื่อให้เรารักอีกต่อไป
เรายังจะออกจากบ้านไปอยู่ไหม
ความสำคัญและความจำเป็นของคนไม่เท่ากันก็จริง
แต่การเสียไปเพื่อได้มานั้น
จะต้องอยู่บนความรอบคอบ
และคิดมาอย่างดีแล้วทั้งสองด้าน

ต้นไม้ต้นหนึ่งอาจสร้างไม้ขีดได้นับร้อยล้านก้าน
แต่ไม้ขีดก้านเดียว
อาจทำลายต้นไม้นับร้อยล้านต้น

ไม่มีใครคิดแทนใครได้
จึงเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่า...
เราควรเสียอะไรไป เพื่อได้อะไรมา
และเราควรเป็น ต้นไม้ หรือ ไม้ขีดไฟ

2007/Aug/04

อาหารนี่แหละเป็นตัวกำหนดชะตาชีวิต หลักการง่ายๆ ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ รับประทานผักผลไม้ให้มากๆ หลายคนต่างรู้ดี แต่กลับบริโภคตามใจปาก ถ้าไม่ป่วยก็ไม่รู้ซึ้ง ดังนั้น มารู้จักการบริโภคอาหาร เพื่อป้องกันการเจ็บไข้ได้ป่วย ถ้ากินน้อยจะตายยาก กินมากจะตายง่าย คุณจะเลือกแบบไหน

ชีวิตของคุณ ถูกกำหนดโดยอาหารที่คุณกิน ถังขยะหน้าบ้านบอกได้ว่า คุณทิ้งอะไรลงไป กินอะไรเข้าไป ชีวิตคุณจะเป็นอย่างไรต่อไป เราเอง คนที่ประสบปัญหาการรับประทานอาหารดีเกินไป แพงเกินไป มากเกินไป สุดท้ายผลลัพธ์ที่ได้ ก็คือ น้ำหนักตัวที่เกินมา โรคภัยไข้เจ็บที่ไม่ต้องการ ทุกอย่างน่าจะแก้ไขได้ทัน หากวันนี้ เราหันมาใส่ใจสุขภาพ เพราะอาหารนั้น สามารถกำหนดชะตาชีวิตของเราได้ อย่างน้อย ถ้าอยากมีสุขภาพกาย-ใจ ดี ผิวพรรณผ่องใสจากข้างใน เลือดลมเดินดี ไม่มีโรค โดยไม่ต้องอาศัยครีมหน้าเด้ง หรือยาลดความอ้วน หรือทำมาหาเลี้ยงหมอทุกเดือน ขั้นแรกต้องเป็นหมอดูแลเรื่อง อาหารการกินของตัวเราเองก่อน

1. ลองเช็คตัวเองซิว่า ตอนนี้สุขภาพเป็นอย่างไร

ถ้าเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นในตอนเช้า เราลุกจากเตียงเหมือนติดสปริงหรือเปล่า? ลุกขึ้นมาพร้อมกับความสดชื่นมีชีวิีตชีวาหรือไม่ ถ้าเสียงนาฬิกาปลุกดัง เรายังไม่ลืมตา เอามือไปกดแล้วนอนต่อ เพราะลุกไม่ไหว จนนาฬิกาปลุกตัวที่สองดังขึ้น นั่นเป็นสัญญาณแล้วว่า ต้องกลับมาดูแลตัวเอง เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดำรงชีวิตเสียใหม่ เริ่มต้นจากการกิน

จำไว้ว่า ถ้าเรากินน้อย จะตายยาก กินมากตายง่าย และอาหารที่เรากินทุกวันนี้ อาหารที่เสียหรือบูดเน่าง่าย กินแล้วตายยาก อาหารที่บูดเน่ายากๆ ใส่สารกันบูด กินแล้วตายง่าย

คนจีนโบราณเขาบอกว่า ตอนเช้าให้กินอย่างราชา กลางวันกินอย่างคนธรรมดา ตอนเย็นให้กินอย่างยาจก เพราะใกล้จะนอนแล้ว เป็นหลักดำรงชีวิตเพื่อสุขภาพ แต่คนเราใสปัจจุบันปฏิบัติกลับกัน ตอนเช้าไม่กินเลย กาแฟถ้วยเดียวแล้วรีบออกจากบ้าน พักกลางวัน 1 ชั่วโมงต้งรีบกิน มื้อเย็นไว้นัดเพื่อนฝูง กินมื้อใหญ่ เพราะเก็บกดมาทั้งวัน แล้วกลับบ้านไปนอนอืด ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมจึงมีสถาบันเสริมความงามลดน้ำหนัก ฟิตเนส ฯลฯ เกิดขึ้นมากมายราวกับดอกเห็ด

2. เริ่มต้นจากการทำใจ

ไม่จำเป็นต้องไปถือศีลกินเจ เคร่งจนวันหนึ่งตบะแตก เพียงแค่เริ่มต้นจากการค่อยๆ ลดสัตว์ใหญ่ ที่เราโปรดปราณ เช่น เนื้อวัว-ควาย ถ้าทำได้แล้ว ก็ลดเนื้อไก่-เป็ด ลดเนื้อปลาลงไปตามลำดับ หากทำใจไม่ได้ ก็อนุญาตให้หม่ำปลาต่อไป ตามด้วยผักผลไม้มากๆ เริ่มจากกินสัตว์ที่ตัวเล็กลงไปเรื่อยๆ ขอให้คิดว่า กินหมูดีกว่ากินวัว กินไก่ดีกว่ากินหมู กินปลาดีกว่ากินไก่ ทำได้ดังนี้ สุขภาพเรา ก็จะดีขึ้นไปเรื่อยๆ

3. คลอโรฟิลล์ในร่างกายมนุษย์

ผักผลไม้สังเคราะห์แสงจากดวงอาทิตย์ สีเขียวคือคลอโรฟิลล์ มนุษย์เองก็มีคลอโรฟิลล์ หากร่างกายสมบูรณ์สะอาดจากข้างใน หากมีสิ่งแปลกปลอม สารพิษต่างๆ ในร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน และขับออกมาโดยอัตโนมัติ ไม่มีการเก็บสะสม

แล้วทำอย่างไรให้ร่างกายของเรามีคลอโรฟิลล์

ถ้าเราไม่กินสีเขียวๆ ของพืชผักผลไม้เลย ชีวิตคุณสั้นแน่ เพราะในนั้นมีคลอโรฟิลล์ มีคุณสมบัติในการฟอกเลือด สังเกตเลือดของคนที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์ สีของเลือดจะสวย ใส ไม้ข้น เหมือนคนที่กินเนื้อสัตว์ เพราะเลือดมีสภาวะเป็นด่าง พืชผักผลไม้มีสารอาหาร ที่มีสภาวะเป็นด่าง แต่เนื้อสัตว์กับเลือดของสัตว์เป็นกรด ถ้ากินมาก เลือดเราจะไม่สมบูรณ์ หากเลือดข้นก็จะวิ่งตามเส้นเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ไม่สะดวก เป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ ได้

การวัดค่าของเลือด เรียกว่า คาโลทีนอย ว่าสูงสุด 20,000 - 49,000 มาตรฐานคนทั่วไปอยู่ที่ 20,000 - 40,000 คาโลทีนอยมาก มะเร็งจะไม่มีวันถามหา เพราะมีสารอาหารที่สามารถต่อต้านอนุมูลอิสระ การที่เรากินผักและผลไม้มากเท่าไหร่ เราก็จะมีคาโลทีนอยมากขึ้นเท่านั้น ผักผลไม้จะมีสีสันต่างๆ มากมาย อย่างสีส้มในแครอท สีส้มในมะละกอ สีเหลืองในมะม่วงสุก พวกนี้จะมีเบต้าแคโรทีน สารสีเหล่านี้จะมีแอนตี้ออกซิแดนซ์ ถั่ว 5 สี จะทำให้อวัยวะหลักในร่างกาย เขาเรียกว่าเบญจธาตุมีความสมบูรณ์มากขึ้น ชีวิตจริง เราอาจจะกินถั่วไม่ครบ 5 สี แต่เรากินพืช ผัก ผลไม้ ครบ 5 สี แทนก็ได้เหมือนกัน

ถ้าจะเปรียบร่างกายเป็นประเทศชาติ ควรรับประทานข้าวกล้อง เพราะข้าวกล้องเป็น ราชาแห่งข้าว มีจมูกข้าวอุดมไปด้วยวิตามิน กล้วยน้ำว้า เป็นราชินี มีความหวานเป็นแป้งบริสุทธิ์ งาดำ-งาขาว เป็นขุนพล และดื่ม น้ำเต้าหู้ อย่างน้อยวันละแก้ว เพื่อล้างพิษต่างๆ ในร่างกาย ดื่มน้ำบริสุทธิ์มากๆ ตั้งแต่ตื่นนอน

4. ผัก 5 ชนิด ถั่ว 5 สี

ถั่ว 5 สี ช่วยบำรุงร่างกาย เช่น ถั่วแดง บำรุงหัวใจ รวมทั้งแตงโม, บีทรูต ฯลฯ จะช่วยบำรุงเลือด การไหลเ่ีวียนของโลหิต ถั่วดำ รวมไปถึง งาดำ ฯลฯ จะบำรุงเส้นผม ผิวหนัง ชุ่มชื้น มันวาว ผมดกดำมัน ผมร่วง เชื้อราบนหนังศีรษะ รากผมแข็งแรง ผิวพรรณไม่แห้งกร้าน ถั่วซีด หรือ ถั่วขาว เช่น ถั่วลิสง, ลูกเดือย, แมกคาเดเมีย บำรุงกระดูก ให้แคลเซียม บำรุงกระดูกข้อมือ บำรุงฟัน ถั่วเหลือง ให้โปรตีน ถั่วเขียว บำรุงอวัยวะภายในร่างกาย

ถั่ว 5 สีนี้ รวมทั้งผัก 5 สี ควรจะรับประทานให้ครบถ้วน มนุษย์รับประทานครบ ก็จะมีคลอโรฟิลล์อยู่ในร่างกาย และนมถั่วเหลือง มีประโยชน์ต่อร่างกาย นักวิทยาศาสตร์จีนเปิดเผยว่า ดื่มน้ำเต้าหู้สดๆ ที่ทำใหม่ๆ วันละ 1 แก้ว สามารถช่วยฟอกพิษในร่างกายได้ แต่ต้องไม่ใช่น้ำเต้าหู้พาสเจอร์ไรซ์ที่ใส่สารกันบูด ที่มีขายเป็นกล่องๆ โดยทั่วไป

อยากอายุยืน ผิวพรรณสดใส อ่อนวัยไปนานๆ คงต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับประทาน และสิ่งสำคัญคือ การออกกำลังกาย ตามแบบที่เราถนัด ไม่ว่าจะเป็นวิ่งเหยาะๆ เล่นโยคะ ว่ายน้ำ หรือแม้แต่การทำงานบ้านเพื่อให้เหงื่อออก โลหิตไหลเวียนสะดวก เพื่อขับของเสียออกจากร่างกาย แค่นี้ก็ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ที่ไม่จำเป็นในชีวิตอีกหลายอย่าง